UTCC Blog Story
posted on 13 Nov 2009 12:40 by musachisong
เปิดมุมมองการสร้างแบรนด์ Cattaliya สินค้าทำมือของตัวเอง พร้อมชูจุดขาย...มีชิ้นเดียวในโลก
ชื่อ : ชาติศิลป์ ชาตบุตร
ชื่อเล่น : ปอง
คณะ : ศิษย์เก่า นิเทศศาสตร์
กิจกรรม/ความสนใจ/ความสามารถพิเศษ :
ชาติศิลป์ ชาตบุตร
เจ้าของแบรนด์ Cattaliya
ชูจุดขาย...ชิ้นเดียวในโลก
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาของ “ปอง” ชาติศิลป์ ชาตบุตร ได้เปิดมุมมองการสร้างแบรนด์ด้วยสินค้าทำมือของตัวเองขึ้น ทำให้วันนี้แบรนด์ “แคทลียา” (Cattaliya) เป็นอีก 1 แบรนด์ผลิตภัณฑ์ด้านศิลปะ ตกแต่งที่มีกลุ่มลูกค้าขาประจำ แม้จะเป็นเพียง กลุ่มเล็กๆ ก็ตาม
ชาติศิลป์ เล่าให้ว่า เขามีความฝันอยากสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก แต่คิดว่าไม่มีกำลังทรัพย์พอจนเมื่อทำงาน จึงเริ่มนึกถึงความฝันในวันนั้น จุดแรกของการมองหาไอเดียที่จะทำสินค้าของตัวเอง เริ่มจากสิ่งที่ตัวเองชอบนั่นคือ งานตกแต่ง บ้าน จากนั้นก็คิดว่าจะต้องตั้งชื่อให้กับสินค้า
สำหรับแบรนด์ “แคทลียา” มาจากฟาร์มกล้วยไม้ของพ่อ ที่ จ.เชียงใหม่ เพราะเห็นว่ามีความหมายที่อ่อนหวาน เป็นมิตร น่า จับต้อง สวยงาม ซึ่งน่าจะเหมาะกับคอนเซ็ปของสินค้าที่เขาจะผลิตขึ้น จากนั้นก็ผลิตชิ้นงานภายใต้แบรนด์ “แคทลียา” โดย กำหนดจุดยืนที่ชัดเจนว่าสินค้า 1 ประเภทต้องมีเพียงชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น ภายใต้สโลแกน “Cattaliya The Chic Home Decor” โดยไอเดียที่ส่งผ่านการผลิตสินค้าแต่ละชิ้นนั้น จะดึงเอาความเป็นตัวตนของลูกค้ามาออกแบบ พร้อมกับเปิดช่องทางการสั่งซื้อ สินค้า และช่องทางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ www.cattaliya.com
การทำตลาดผ่านโลกออนไลน์ของชาติศิลป์ แม้จะจำกัดกลุ่มลูกค้าเฉพาะ (นิช มาร์เก็ต) แต่ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดีและ ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ชาติศิลป์ได้แตกโลกธุรกิจผลิตชิ้นงานเครื่องประดับสำหรับสัตว์เลี้ยงขึ้น ภายใต้แบรนด์ “Celeb Pet by Cattaiya” ขึ้น โดยยังมีความชัดเจนเรื่องของการเป็นสินค้าชิ้นเดียวในโลกเช่นเดิม
และอีก 1 แบรนด์ใหม่ในเครือ “แคทลียา” คือ The Portrait chic studio photo ธุรกิจให้บริการรับถ่ายภาพนิ่งในและนอก สถานที่ ในอารมณ์ศิลปะเพื่อการพาณิชย์ หวังเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้างความน่าสนใจกับสินค้าในเว็บไซต์หรือสื่อโฆษณา ที่ดี เพื่อสร้างความน่าสนใจและกระตุ้นการตัดสินใจจากผู้บริโภค
ปัจจุบันชาติศิลป์ยังคงทำงานประจำ ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริหารงานทั่วไป ในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง แต่การส ร้างแบรด์ของเขาก็ยังไม่หยุดนิ่ง เขาวางเป้าหมายที่จะสร้างแบรนด์ให้ติดตลาด แม้ในวันนี้การทำธุรกิจจะอยู่ในยุคเศรษฐกิจฝืด เคือง ไม่มีเม็ดเงินที่จะหว่านซื้อพื้นที่โฆษณา แต่เขาเชื่อว่าการสร้างแบรนด์ผ่านการสร้างสินค้าให้เกิดความน่าเชื่อถือ รับผลิตให้ ก่อน ไม่พอใจ ไม่ปิดงาน ไม่ต้องจ่ายเงิน จะสามารถสร้างความจดจำกับลูกค้า และสร้างความแตกต่างในตลาดสินค้างานศิลปะ ได้ และนี่คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจ สำหรับศิษย์เก่านิเทศศาสตร์คนนี้ ที่นำวิชาความรู้ไปต่อยอดพัฒนาวิชาชีพให้เกิดมูลค่าได้ อย่างน่าทึ่ง